เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน 5 คืน 6 วัน ตอนที่ 2

หลังจากเขียนเที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน 5 คืน 6 วัน ตอนที่ 1 ไปแล้วเรามาต่อตอนที่ 2 เลย

วันที่ 4 วันนี้มีโปรแกรมจะไป Kamakura โดยรถไฟสาย ginza line จาก asakusa ไปลง สถานี akasaka-mitsuke แล้วเปลี่ยนรถไฟไปขึ้นสาย marunouchi line ไปลง สถานี shinjuku แล้วผมก็เดินตามป้ายที่ชี้บอกทางไปที่รถไฟ odakyu กว่าจะหาเจอก็แอบมีหลงทางบ้าง เมื่อไป รถไฟ odakyu ผมก็เดินไปซื้อตั๋ว Enoshima Kamakura Free Pass อ่านรายละเอียด http://www.odakyu.jp/english/deels/freepass/enoshima_kamakura/

เมื่อได้ตั๋วแล้วก็เดินไปขึ้นรถไฟโดยรถไฟจะมีให้ขึ้น 2 ฝั่ง  ฝั่งนึงจะนั่งไป Odawara อีกฝั่งนึงจะไป fujisawa ถ้าไปคามาคุระ ต้องขึ้นรถไฟที่ไป fujisawa แต่ผมดันขึ้นผิดคันดันขึ้นไป Odawara แทน

เมื่อผมมาถึง Odawara จึงได้รู้ว่าขึ้นผิดสาย คนขึ้นรถไฟ odakyu สายที่มา Odawara จะเป็นคนที่เขาจะไปเที่ยว hakone และใครที่ซื้อ hakone free pass มาด้วยก็จะมาเปลี่ยนรถไฟตรงนี้ไป ฮาโกเน่  แต่ที่ผมซื้อมามันเป็น Enoshima Kamakura Free Pass มันไม่สามารถนั่งไปฮาโกเน่ ได้ ถ้าจะไป hakone ผมจะต้องซื้อตั๋วใหม่ ผมก็เลยต้องนั่งหาข้อมูลอยู่พักใหญ่ แล้วก็ไปถามพนักงานด้วย

จึงรู้ว่ามีรถไฟจาก Odawara ไป fujisawa ผมจึงซื้อตั๋วเพื่อจะไป Kamakura ตามแผนเดิม เสียเงินเพิ่มอีก 580 เยน

เมือมาถึงสถานี fujisawa แล้วก็ต้องไปขึ้นรถไฟ Enoden เพื่อไป Kamakura หลงทางอีกกว่าจะหาสถานีรถไฟ Enoden เจอ ทั้งๆที่ข้างบนเขาก็มีทางเชื่อมให้ ตอนนี้ผมสามารถใช้บัตร Enoshima Kamakura Free Pass ได้แล้วหลังจากที่ใช้ผิดมา คนบนรถไฟแน่นมากแถบไม่มีที่ยืนเลย

เมื่อมาถึงสถานี Hase ผมก็ลงไปไหว้พระใหญ่ไดบุทสึก่อน ผมก็เดินตามคนส่วนใหญ่เขาเดินไปทางไหนผมก็เดินตามไปจนถึงวัด พระใหญ่ไดบุทสึ มีเก็บค่าเข้าด้วย

 ระหว่างที่เดินกลับก็จะเจอ Hasedera temple วัดเจ้าแม่กวนอิม เขาเก็บค่าเข้า แถมแบตโทรศัพท์ผมก็ใกล้จะหมดแล้ว เลยตัดสินใจไม่เข้า แล้วผมก็ได้กับมาขึ้นรถไฟ ไปลงสถานี Kamakura สุดทางเลย เมื่อรถผมก็เดินตามชาวบ้านไป เดินไปไกลมากๆๆๆ

ผมเดินมาถึง Hase
Zeniarai Benten Shrine  แวะล้างเงินเพิ่มโชค ทางเข้าต้องเดินขึ้นไปเหมือนขึ้นเขาเลย แต่ผมไม่ได้ไปล้างเงินนะผมเห็นคนเยอะมากแล้วผมก็ทำอะไรไม่เป็นเลย อยู่นี้พักใหญ่ๆ เดินมาไกลไปหน่อย แล้วผมก็เดินกลับไปสถานี Kamakura เพื่อจะไปต่อที่ต่อไป

แล้วผมก็มาถึงเป้าหมายหลักการมาคามาคุระของผมครั้งนี้ คือมาดูสาวๆเล่นน้ำทะเล โดยผมนั่งรถไฟสายเดิมย้อนกลับมาลงสถานี Yuigahama แล้วก้เดินตามคนส่วนมากไปก็จะเจอ Kamakura

Yuigahama Beach เจอสาวๆใส่ชุดบีกีนี เยอะมาก เห็นแล้วอยากจะไปลงเล่นน้ำทะเลมา แต่ไม่ได้เอาชุดมาเปลี่ยน เลยไปเดินเล่นชายหาดส่องสาวไปเรื่อย รู้สึกว่าไม่น่านั่งรถไฟผิดเลยจะได้มีเวลาอยู่นานๆไม่ต้องรีบกลับ

แล้วก็นั่งรถไฟกลับมาที่ สถานี fujisawa แต่ก็แอบเสียดายที่ไม่ได้ไป Enoshima เพราะมันเย็นมากเวลาไม่พอกลัวรถไฟหมดก่อน ผมไม่แน่ใจรถไฟหมดกี่โมง แล้วผมก็ขึ้นรถไฟ odakyu จากสถานี fujisawa กับ สถานี shinjuku ระหว่างกลับมีการเปลี่ยนรถไฟด้วย ดีไม่หลง

เมื่อมาถึงสถานี shinjuku เห็นว่ายังไม่มืดเท่าไรก็เลยตัดสินใจไป akihabara ต่อเลย โดยผมนั่งรถไฟสาย marunouchi line จาก สถานี shinjuku ไปลง สถานี akasaka-mitsuke แล้วเปลี่ยนไปนั่งรถไฟสาย ginza line ไปลง สถานี suehirocho เดินออกมาจากสถานีก็จะถึง akihabara เลย เเดินดูโน้นดูนี้ไปเลย บ้างร้านก็เริ่มที่จะเก็บร้านบ้างแล้ว ชมได้สักพักก็กลับที่พัก โดยนั่งรถไฟสาย ginza line จาก สถานี suehirocho ไปลง สถานี asakusa

วันที่ 5
โปรแกรมของวันนี้ไปที่ kawagoe กับ Koenji ตามแผนที่วางมาตั้งแต่ที่แรก ผมจะไป kawagoe กับไปดูฟุตบอลเจลีก ทีม fc tokyo แข่ง อยากจะเข้าไปชมบรรยากาศในสนาม ก่อนผมได้ลองเข้าไปซื้อตั๋วออนไลน์ ตั๋วราคา 750 บาท ถ้าส่งกลับมาประเทศไทยด้วยจะบวกเพิ่มอีก 750 บาท นะ ผมเลยไม่เอา ตั้งใจว่าเดี่ยวไปถึงญี่ปุ่นเราจะจองให้เขามาส่งที่โรงแรม แต่พอมาถึงญี่ปุ่น ราคาตั่วที่ผมดูไว้มันหมด มีแต่ราคาที่แพงกว่า ใจนึงก็อยากจะไปลุ้นซื้อตั๋วที่หน้าสนาม แต่ก็ไม่มีเสื้อผ้าเกี่ยวกับฟุตบอลมาเลย ก็เลยไม่ไปดีกว่า ยังรู้สึกเสียดายอยู่เลยที่ไม่ได้ไป

เช้ากินข้าว แล้วก็นั่งรถไฟสาย ginza line จาก asakusa ไปลง สถานี shibuya แล้วต่อรถไฟสาย fukutoshin line ไปลงสถานี ikebukuro แล้วผมไปซื้อ บัตร kawagoe discount pass 1 วัน ราคา 700 เยน ของรถไฟ tobu railway สถานี อเคะบุคุโระ สามารถอ่านรายเลียดที่ www.tobu.co.jp/foreign/tojo/th/discount/ โดยผมใช้วิธีการแคปหน้าจอโทรศัพท์แล้วให้พนักงานดู วิธีใช้งานก็แค่เอาให้พนักงานสถานีดูแล้วเขาก็จะเปิดประตูให้ผ่าน

ผมเลือกที่จะไปลงสถานี Nishi-Kawagoe Station เพราะสถานีจะอยู่เลยมาจาก Kawagoe Station เพราะจะไปที่ไกลก่อนแล้วค่อยเดินย้อนกลับมาที่สถานี Kawagoe อีกที่ เดินหลงอยู่พัก เปิดแผนที่ดูตลอดทาง พอเจอคนเดินเยอะจึงเดินตามเขาไป

ระหว่างทางเดินก็มีสาวๆชุดกิโมโน เดินกันอยู่หลายคนเหมือน ดูเราก็สวยงามมากๆ

เมื่อเดินมาถึง kawagoe ก็เจอคนเยอะมาผมก็เดินชมเมืองรูปไปเรื่อย แล้วก็หาของกินที่เขามาแล้วก็จะต้องกิน เดินดูได้พักใหญ่ ผมก็เดินกลับเดินตรงตามทางไปจะเป็นถนน shopping ตอนทาง เดินไปเรื่อยๆ ก็จะมาถึงสถานี kawagoe แล้วผมก็นั่งรถไฟกลับไปสถานี ikebukuro ระหว่างทางที่นั่งรถไฟกลับผมเกิดหลับมาจนถึงสถานี ikebukuro โชคดีนะที่มีป้าคนนึงเรียกจึงได้รู้ว่ามาถึงแล้ว

แล้วผมก็นั่งรถไฟจากสถานี ikebukuro มาลงสถานี shinjuku เพื่อจะไปต่อที่ Koenji โดยคราวนี้ต้องนั่งรถไฟ JR shinjuku นั่งสาย Chuo-Sobu Line ไปลงสถานี Koenji โดยผมไปซื้อตั๋วที่พนักงาน ซื้อไปกลับเลย ขากลับจะได้ไปต้องซื้อ

ที่ผมมา Koenji เพราะเห็นมาคนบอกว่าที่นี้ขายสินค้ามือสองราคาถูก ที่ผมมาตั้งใจจะมาดูนาฬิกากับกีต้าร์ พอมาจริงใส่ให้จะเป็นเสื้อผ้ามือสองราคาก็ถูกดี เห็นเสื้อกันหนาวแล้วก็อยากจะซื้อแต่เอากลับไม่ได้ ถ้าเอากับจะต้องซื้อน้ำหนักเพิ่ม เลยไม่ซื้อ สรุปมาที่นี้ไม่ได้อะไรเลย(ไปดูบอลน่าจะดีกว่า) เดินหลงทางได้สักพัก ผมก็กลับเพราะเริ่มเย็นแล้ว ผมก็ขึ้นรถผิดดันขึ้น JR Chuo Line Local Service(Via Tozai Line)
 for TOYO-KATSUTADAI มันไม่ผ่าน
shinjuku มันต้องลงมาเปลี่ยนรถไฟที่สถานี NAKANO แต่ผมดันนั่งเลยจนเลยไปไกล ต้องนั่งรถไฟกลับมาสถานี NAKANO อีกที่ คราวนี้ต้องตรวจสอบเที่ยวรถไฟให้ดี 

มาถึง สถานี shinjuku กลับมาถึงแบตมือมือก็หมด กว่าจะหาทางไปสถานี shinjuku-sanchome เพื่อที่จะได้ใช้บัตร tokyo subway เล่นเอาเหนื่อย เพราะมันมืดแล้ว แล้วผมก็นั่งรถไฟสาย fukutoshin line ไปลงสถานี shibuya แล้วก็นั่งรถไฟสาย ginza line ไปลงสถานี asakusa กลับที่พัก

วันสุดท้าย
โปรแกรมเที่ยววันนี้จะน้อยไม่ได้ออกไปไหนไกล เช้าเซ็คเอาร์ หาอาหารเช้ากิน แล้วก็นั่งรถไฟไปที่ ศาลเจ้าเมจิ โดยนั่งไปสาย G ไปลงสถานี shibuyu แล้วต่อสาย F ไปลงสถานี meiji-jingumae แล้วเดินตามทางไปหน่อยก็จะเห็นทางเข้า ศาลเจ้าเมจิ

ผมก็เดินเข้าไปเลยโดยเขาจะแบ่งฝั่งคนเดินเข้าคนเดินออกคนละทาง เดินมาไกลเหมือนกันก็มาถึง

พอว่าเขากำลังปิดปรับปรุงอยู่บ้างส่วน อยู่นี้สักพักแล้วก็ไปต่อ
แต่ผมเดินออกไปผิดทางกับทางที่มา (รู้สึกว่าข้างในนี้จะใช้เน็ตไม่ได้
อั้นนี้ไม่แน่ใจนะ เพราะผมดูแผนที่ไม่ได้
พอออกจะพื้นที่แล้วใช้ได้เหมือนเดิม) แถมฝนก็เริ่มตกแล้ว ผมก็เดินไปเรื่อย
ก็เจอสถานีรถไฟ เลยนั่งรถไฟกลับมาที่สถานี meiji-jingumae อีกที่
เพื่อที่จะไปที่ถนน Takeshita Street ชึ่งอยู่ใกล้ๆกับทางเข้า
ศาลเจ้าเมจิ นั้นแหละ

อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า harajuku ซึ่งเป็นของ jr ผมนั่งไม่ได้ บัตร tokyo subway ของผมใช้กับjr ไม่ได้

มาถึงถนน Takeshita Street ผมรู้สึกงงมากๆเลย ทำไหมคนถึงเยอะเอามากๆเลย
แทบไม่มีที่จะเดินเลย ทั้งที่ฝนก็ตกปร่อยๆ แถมเป็นวันจันทร์ด้วย
เขาไม่ไปโรงเรียนกันหรือไงก็ไม่รู้ หรือเป็นช่วงปิดเทอม
มาที่นี้เพื่อหาซื้อของฝากไปให้หลานๆ

แล้วก็ไปต่อที่ ชิบุยา เพื่อทีจะไปซื้อของฝากเลยมาซื้อขนมที่ ร้านดองกิโฮเต้ แล้วผมก็รู้สึกแปลกใจเหมือนเดิม ฝนก็ตก แต่คนก็เดินไปมากันเยอะแยะเหมือนเดิม

แล้วก็ไปต่อที่ akihabra เพื่อจะซื้อของเล่นไปฝากหลานๆ และตัวผมเองก็อยากจะมาลองเข้าร้าน sexshop ดูด้วย เดี่ยวเขาจะหาว่ามาไม่ถึง ผมไปที่ร้านชื่อ pop life department โดยผมได้ลองซื้อ ถุงยางอนามัยกลับมาด้วย 2 กล่อง ซื้อมาแบบมั่วเพราะมันเป็นภาษาญี่ปุ่นหมดอ่านไม่ออก

แล้วผมก็นั่งรถไฟไป ueno เพื่อจะขึ้นรถไฟไปสนามบิน โดยผมไป Keisei Ueno Station แล้วผมก็ซื้อตั๋วรถไฟ Skyliner โดยบอกเจ้าหน้าว่าไปลง Narita Airport Terminal 2 เพราะ airasia x เซ็คอิน Terminal 2 โดยในตั๋วจะระบุที่นั่งให้เรา เราแค่ไปนั่งที่นั่งของเรา หาไม่ยาก

แล้วก็เดินทางมาถึงสนามบิน ก็จะมีเจ้าหน้าที่ ตรวจดู passport ของเรา แล้วเราก็ไป ที่ชั้นที่เป็นของเที่ยวบินต่างประเทศ แล้วก็รอเวลา เซ็คอิน ของ airasia x จะอยู่ในมุมอับซะหน่อย ต้องตั้งใจหาถึงจะเจอ

ตอนเซ็คอิน เจ้าหน้าที่จะให้เราชั่งน้ำหนักด้วยว่าเกินหรือเปล่า(ไปสองประเทศก่อนหน้านี้ไม่ต้องชั่ง) ของผมไม่เกิน ผ่านไปได้ดี แล้วก็ไปที่ สแกนสิ่งของ แล้วก็ไปที่ ต.ม แล้วก็เดินไปที่ gate ตาม boarding pass

ก่อนที่จะขึ้นเครื่องกลับประเทศไทย เลยลองสำรวจดูว่ามีเงินที่เหรียญเหลือเท่าไร ผมก็เลยเอามาซื้อของฝากที่สนามบินให้หมดเลย อยู่ตรง เกท ที่เรารอขึ้นเครื่องบิน

แล้วเครื่องบินก็มาถึงสนามบินดอนเมือง ประมาณ ตี 2  ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่งโมง ผมหลับมาตลอดทั้งทางเลย ก่อนที่จะไปรอรถไฟเข้าหัวลำโพง ผมก็ไปแลกเงิน ตอนดึกก็ยังมีบ้างธนาคารที่สามารถแลกเงิน แล้วผมก็นั่งรถไฟมาหัวลำโพง และก็ต่อรถไฟกลับมาที่บ้านที่ฉะเชิงเทรา เมื่อมาถึงบ้านก็อาบน้ำแต่งตัวออกไปทำงานต่อ ไม่ได้นอนครับ

ผมรู้สาเหตุและว่าทำไมผมไปที่ไหนคนก็เยอะ และไม่เจอนักเรียนแต่งชุดนักเรียนเลยที่แท้ช่วงที่ผมไปเป็นช่วงปิดภาคฤดูร้อน ประมาณ 21 กรกฎา – 28 สิงหาคมของญี่ปุ่นนิเอง

ไปเที่ยวงาน comic maket งานการ์ตูนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

ผมได้มีโอกาสได้ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ช่วงวันหยุดยาวช่วงวันแม่เดือนสิงหาคม พอดีเป็นช่วงเดี่ยวกับที่เขากำลังจัดงาน งาน comic maket ที่จัดที่ tokyo big sight แถว odaiba ผมเลยถือโอกาสนี้ไปเที่ยวงาน ที่เขาว่ากันว่ามีคนไปงานเป็นแสนคนเลย

โดยผมนั่งรถไฟสายสาย asakusa line จากสถานี higashi-ginza ไปลงที่สถานี Shimbashi เพื่อต่อรถไฟ Yurikamome เมื่อมาถึงสถานี Shimbashi ผมพบว่าคนเยอะมากๆ เลย แสดงว่าผมมาถูกวันแล้ว ตอนแรกก็ไม่แน่ใจว่าจะมีงานจริงๆหรอกเปล่า แล้วผมก็ไปซื้อตั๋วผมซื้อแบบ บัตร One day pass วันเดียวขึ้นลงกี่ครั้งก็ได้ ซื้อผ่านเครื่องขายตั๋ว ในรถไฟคนเยอะมาก ผมยืนตลอดสายจนไปลงที่สถานี Kokusai-Tenjijo-Seimon

เดินออกมาจากสถานีพบว่าคนเยอะมากๆ ต้องต่อแถวเข้างานตั้งแต่ออกจากสถานีเลย สมแล้วที่เขาว่ากันว่ามีคนมางานนี้เป็นแสนคนเลย รายละเอียด http://www.comiket.co.jp/index_e.html

เดินเข้าไปในงานมีคนมาขายสินค้าที่เกี่ยวกับการ์ตูนเยอะมา มีทั้งแบบธรรมดา และแบบที่เป็น 18++++ ขายกันได้อย่างเปิดเผย และที่สำคัญงานที่มางานเขาแต่งตัวด้วยชุด cosplay เรียนแบบในการ์ตูนที่เราชื่นชอบ จำนวนมากมายเลยที่เดี่ยว คุ้มกับการมางานมากเลย